บริหารความเสี่ยงภัย เรื่องที่คุณควรรู้

การบริหารความเสี่ยงภัย อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ คือการเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์ต่างๆที่อาจเกิดขึ้นโดยเราตั้งคำถามกับตัวเอง ถึงสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับเราแล้วมีผลกระทบกับเรา เช่น

    • ถ้ารถเราหาย!! เราจะทำอย่างไร? เอาเงินที่ไหนมาซื้อใหม่
    • ถ้าป่วย/อุบัติเหตุ ต้องเข้ารักษาตัวในรพ.
    • ถ้าไฟใหม้/ลมพายุทำบ้านเราเสียหาย บ้านพังเราจะเอาเงินที่ไหนมาซ่อมสร้างใหม่

 

การันตี24 ความเสี่ยงภัย

ความเสี่ยงภัยของแต่ละคนไม่เหมือนกันขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยบางความเสี่ยงเราสามารถลดความเสี่ยง หรือหลีกเลี่ยงความเสี่ยงได้ เช่น จอดรถในบ้าน โอกาสรถหายจะน้อยกว่าจอดรถหน้าบ้านหรือริมถนน แต่บางภัยที่ความเสียหายมาก ถึงแม้จะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย เช่น รถชน ไฟใหม้บ้าน ฯลฯ การันตี24 แนะนำให้คุณ โอนความเสี่ยงให้บริษัทประกันภัยรับความเสี่ยงเหล่านั้นแทน

ทำไมเราต้องโอนความเสี่ยง?

เพราะถึงแม้โอกาสเกิดวินาศภัยนั้น น้อย แต่มีความเสียหายมูลค่ามาก ถ้าคุณเป็นฝ่ายผิดด้วย จะมีทั้งความเสียหายของเราเอง และความเสียหายของคู่กรณีที่คุณจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย บางคนต้องขายทรัพย์สินของตัวเองทั้งหมด เพื่อนำเงินมาชดใช้ความเสียหายของวินาศภัยเดียว การโอนความเสี่ยง จึงเป็นวิธีที่คนส่วนใหญ่เลือกใช้ เช่น ประกันรถยนต์ ประกันทรัพย์สินบ้าน คอนโดฯ ร้านค้า โรงงาน ฯลฯ ถ้าคุณรับความเสี่ยงเอาไว้เอง เมื่อเกิดวินาศภัยขึ้น จะแบ่งเป็น 2 ฝ่าย คือ

1.เป็นฝ่ายถูก หรือเป็นผู้ประสบภัย

2.เป็นฝ่ายผิด หรือประมาท

ถ้าคุณรับความเสี่ยงเอง (ไม่มีประกัน) แล้วคุณเป็นฝ่ายถูก จะเกิดอะไรขึ้น?

ฝ่ายประมาท มีประกัน ถ้าเจอบริษัทประกันที่ดี คุณก็สบาย เดินเรื่องเบิกค่าเสียหายจากบริษัทประกันได้เลย แต่ถ้าเกิดเจอบริษัทที่จ่ายเคลมช้า คุณจะถูกดึงเรื่อง หรือถ่วงเวลา ให้คุณท้อ ไม่อยากจะเคลม เพราะคุณต้องดำเนินการเอง เสียทั้งเวลา และค่าใช้จ่าย แล้วก็ไม่ได้เงิน เพราะท้อที่จะเดินเรื่อง หรืออาจได้ แต่ช้าและเหนื่อยมาก

ฝ่ายประมาท ไม่มีประกัน ถ้าคู่กรณีมีความรับผิดชอบ คุณก็โชคดี เรียกร้องค่าเสียหายได้หมด แต่คุณก็อาจจะเจอกับ ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย อย่าลืมว่าบางทีคู่กรณีก็อาจได้รับความเสียหายเหมือนกัน เขาอาจไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหายให้คุณ

ถ้าคุณโอนความเสี่ยงให้บริษัทประกัน (มีประกัน)

ก็เหมือนคุณมีทนายความ หิ้วกระเป๋าเงินมาหาคุณ (ตามความคุ้มครองและทุนประกันที่คุณทำไว้) ในกรณีที่

คุณเป็นฝ่ายผิด บริษัทประกันจะไกล่เกลี่ยและจ่ายค่าเสียหายแทนคุณ ตามทุนประกันที่คุณทำไว้  รวมถึงจ่ายค่าซ่อมให้ทรัพย์สินที่เสียหายกลับคืนสภาพเดิม

คุณเป็นฝ่ายถูก หากคู่กรณีไม่จ่าย คุณสามารถเคลมกับบริษัทประกันที่คุณทำประกันภัยไว้ก่อน ตามความคุ้มครองและทุนประกันที่ทำไว้ได้ก่อนแล้ว บริษัทประกันจะไปไล่บี้คู่กรณีแทนคุณ 

จะเห็นได้ว่าการมีประกันภัย จะช่วยคุณทั้งเป็นฝ่ายผิด หรือฝ่ายถูก แต่ก็ขึ้นอยู่กับความคุ้มครองและทุนประกันที่คุณทำประกันภัยไว้ ฉนั้นการเลือกความคุ้มครองที่ครอบคลุมกับทุนประกันที่เหมาะสมจึงมีส่วนสำคัญให้เราสามารถเคลมได้ใกล้เคียงความเสียหายที่เกิดขึ้น

การันตี24 เข้าใจความสำคัญของเรื่องนี้ แต่บางคนยังไม่มีความพร้อมเรื่องเงิน การันตี24 จะพยายามหาทางให้คุณมีประกันภัย อาจไม่เต็มทุนประกัน แต่ยังดีกว่าไม่มีอะไรเลย เพราะประกันภัย ถูกออกแบบมาเพื่อรับผิดชอบแทนคุณ ในกณีที่คุณเป็นฝ่ายผิด แต่ถ้าคุณอยากให้บริษัทจ่ายค่าเสียหายให้คุณก่อน ในกรณีคุณเป็นฝ่ายถูกแต่คู่กรณีไม่มีประกันภัย อาจต้องเพิ่มเบี้ยประกัน เช่น ประกันรถประเภท 3 กับ ประเภท 1 เบี้ยต่างกัน

ผ่านการทำประกันภัยโดยสิ่งเอาประกันสามารถเอาประกันได้ได้แก่

ทรัพย์สิน

ส่วนบุคคล

ความรับผิดต่อกฎหมาย

Scroll to Top